เทิดทูนพ่อหลวง
ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ให้มีความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ความปรารถนาของทุกคน คงไม่แตกต่างกันนัก คือ ต้องการให้ตนเอง มีความสุขความเจริญ และให้บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น
ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นคนไทยมีความสุขถ้วนหน้ากัน ด้วยการให้ คือ ให้ความรักความเมตตากัน ให้น้ำใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การสงเคราะห์อนุเคราะห์กัน โดยมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจ ทุกคนทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดอ่านกัน สร้างสรรค์ความสุข ความเจริญมั่นคงให้แก่ตนแก่ประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สำเร็จผลได้ ดังที่ตั้งใจปรารถนา...
ถ้อยความข้างต้นคือส่วนหนึ่งจากพรปีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ประจำปีพุทธศักราช 2554 พร้อมกับ ส.ค.ส. อันสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ อย่างหาที่สุดมิได้ จึงนับเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนพึงจะน้อมเกล้าฯ รับสนองพระราชดำรัส หากต้องการให้พรที่ตนเองปรารถนานั้นเป็นจริงสมดังหวัง เพราะพิจารณาโดยข้อเท็จจริงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า สุดยอดปรารถนาหรือความสุขของทุกคนในสังคมไทยวันนี้นอกจากความสุขส่วนตนของแต่ละคนแต่ละครอบครัวแล้ว คนไทยทุกคนล้วนอยากเห็นอยากให้บ้านเมืองมีความสมานสามัคคี ปรองดอง ปราศจากวิกฤติใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม
ระยะเวลาที่ผ่านเลยไปไม่ว่าจะเป็นปี 2553 หรือย้อนหลังไป 3-4 ปีที่ผ่านมา ความสุขของคนไทยอยู่ในภาวะถดถอยอย่างเห็นได้ชัด และเป็นที่รับรู้กันทั่ว ฉะนั้น พรพระราชทานอันประเสริฐจาก "ในหลวง" ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางให้สังคมไทยได้พบกับความสุข สงบ และสมหวัง หลังจากทุกฝ่ายเพรียกหากันมานาน จึงสมควรที่เราจะใช้โอกาสของการเปลี่ยนผ่านปีเก่าสู่ปีใหม่ช่วยกันทบทวนว่า "การให้" ของเรานั้นเพียงพอ และเหมาะสมกับความต้องการตามสถานการณ์ความจำเป็นมากน้อยเพียงใดหรือไม่
เราคนไทยต้องตกผลึกทางความคิดหรือไม่ว่า หากต้อง การเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรืออย่าง น้อยสังคมไทยกลับมาเข้าใจ และรักสามัคคีเหมือนในอดีตนั้น เราจำเป็นต้องเสียสละ และยอมรับในความต่างอย่างเท่าทัน โดยยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นบรรทัดฐานหลักในการวินิจ ฉัยตัดสินใจ อย่าได้ตามแห่ตามแหนราวกับว่าเป็นแฟชั่น หรือกลายเป็นเทศกาลที่ต้องแสดงออกเพื่อความสะใจ เพื่อการเอามัน ในขณะที่ผลลัพธ์สุดท้ายคือภาพลักษณ์ประเทศชาติสยามเมืองยิ้มที่ถูกบ่อนทำลายไปทีละเล็กละน้อยทุกเดือนทุก ปี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีนี้ถือเป็นปีมหามิ่งมงคล ฉลองพระชนมพรรษา 7 รอบขององค์พระยิ่งยศเหนือเกล้าชาวไทย น่าจะเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่คนไทยทั้งชาติจะต้องร่วมมือร่วมใจกันกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองมีความสงบสุขร่มเย็น อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ฝันร้ายเฉกเช่นปีที่เพิ่งผ่านไป ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อถวายเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่มีความหมายสูงสุดแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และคงมองข้ามความจริงไม่ได้ว่า ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อตัวของเราเอง ที่อยากมีความสุขกันถ้วนหน้า.






















คอมเมนต์
และทรงเป็นขวัญแ ละกำลังใจให้ปวง ประชาตลอดไป
และมุ่งมั่นเพื่ อแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนของพสก นิกรชาวไทย
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds